กวอโส่วจิ้ง

 


กวอโส่วจิ้ง
นักวิทยาศาสตร์จีนสมัยโบราณ



ปีที่ 4 ฉบับที่ 40
กุมภาพันธ์  2534


      กวอโส่วจิ้ง (郭守敬) ค.ศ.1231 – 1316 หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า ยั่วซือ (若思)  เป็นทั้ง
นักดาราศาสตร์  นักคณิตศาสตร์และนักชลประทานที่มีความรู้ความสามารถยอดเยี่ยมคนหนึ่งในสมัย
โบราณของจีน

      เขาเกิดที่เมืองสิงไถ มณฑลเหอเป๋ย ปู่ของเขาที่ชื่อ กวอหรง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์และ
การชลประทาน  และเป็นบุคคลซึ่งมีอิทธิพลต่อกวอโส่วจิ้งอย่างมาก  ตั้งแต่วัยเด็ก เขาชอบสังเกตและ
ขบคิดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ  อีกทั้งชอบประดิษฐ์เครื่องมือกลไก ในขณะที่อายุยัง
น้อยเขาก็สามารถคิดประดิษฐ์เครื่องวัดเวลาและเครื่องมือทางดาราศาสตร์อย่างง่ายๆ หลายชิ้น รวมทั้งวาง
แผนควบคุมน้ำในแม่น้ำสายเล็กๆ 3 สายแถวบ้านเกิดของเขา กวอโส่วจิ้งจึงกลายเป็นคนมีชื่อเสียงในพื้นที่
แถวนั้น

       เมื่ออายุได้ 19 ปี กวอโส่วจิ้งเดินทางจากบ้านมาที่จื่อจินซาน เขตอำเภออู่อัน มณฑลเหอเป่ย เพื่อ
ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลิวปิ่งจง และได้ร่ำเรียนวิชาทั้งด้านดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ คณิตศาสตร์และการ
ชลประทานจากนักปราชญ์ชื่อดังท่านนี้

       ถึงปีค.ศ.1260  กุบไลข่านขึ้นครองอำนาจเป็นข่านแห่งมองโกเลีย ขณะนั้นแม้จะยังไม่ได้สถาปนา
ราชวงศ์หยวน แต่มองโกลก็ครอบครองดินแดนประเทศจีนได้จำนวนมากแล้ว กุบไลข่านได้ย้ายเมืองหลวง
มาอยู่ที่บริเวณกรุงปักกิ่ง ตั้งชื่อว่า “ต้าตู“ พระองค์ได้ทรงสั่งให้หลิวปิ่งจงมาช่วยวางแผนสร้างเมือง ขณะ
เดียวกันลูกศิษย์หนุ่มกวอโส่วจิ้งก็พลอยมาเข้ารับราชการด้วยและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบงาน
ชลประทานตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ระหว่างที่เขารับตำแหน่ง กวอ  โส่วจิ้งได้วางแผนและรับผิดชอบควบ
คุมน้ำในแม่น้ำลำคลองใหญ่น้อยจำนวนหลายร้อยสาย

       เมื่อกุบไลข่านสามารถตีหางโจว เมืองหลวงของราชวงศ์ซ่งใต้ได้สำเร็จในปีค.ศ.1276  พระองค์มี
พระราชโองการให้กวอโส่วจิ้งกับหวังสุนนักคณิตศาสตร์มีชื่อเสียงอีกผู้หนึ่งในสมัยนั้น  แก้ไขปรังปรุงปฏิทิน
เสียใหม่ให้ถูกต้องยิ่งขึ้น กวอโส่วจิ้งได้เสนอความเห็นว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดในการจัดทำปฏิทินคือ จะ
ต้องตรวจสอบวันเวลาให้ละเอียดถูกต้องและจะตรวจสอบให้ถูกต้องก็ต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้วัดได้อย่างละเอียด
ถี่ถ้วนเสียก่อน ต่อจากนั้นเขาก็พยายามค้นคว้าจนสามารถออกแบบเครื่องมือวัดทางดาราศาสตร์ที่ดีกว่า
ของเดิมหลายชิ้น เช่น เครื่องหาตำแหน่งของดาว  อุปกรณ์ดูดาว เครื่องวัดฤดูกาล เป็นต้น

       หลังจากปรับปรุงอุปกรณ์ในการวัดให้ดีขึ้นแล้ว กวอโส่วจิ้งซึ่งได้เสนอให้จัดสร้างหอดูดาวที่เมือง
หลวงต้าตู (ปักกิ่งในปัจจุบัน) และตั้งจุดสังเกตการโคจรของดาวตามสถานที่ต่างๆ อีก 26 จุดทั่วประเทศ
จีน ก็ได้เริ่มงานสังเกตการณ์และเก็บรวบรวมข้อมูลทางดาราศาสตร์เป็นการใหญ่  ข้อมูลจำนวนมากที่เขา
รวบรวมขึ้นจากการลงมือสังเกตการณ์ด้วยตัวเองเหล่านี้ นับเป็นข้อมูลที่ก้าวหน้าทันสมัยที่สุดในโลกสมัยนั้น

       เมื่อได้สังเกตการณ์ ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลมาเป็นเวลา 4 ปี   กวอโส่วจิ้ง  หวังสุนและผู้ร่วมงาน
คนอื่นๆ ก็สามารถจัดทำปฏิทินฉบับใหม่ได้สำเร็จในปีค.ศ.1280 กุบไลข่านได้ทรงประกาศใช้ปฏิทินฉบับนี้
ทั่วประเทศในปีถัดมา โดยทรงตั้งชื่อว่า “โซ่วสือลี่“ แปลว่า “ปฏิทินแจ้งวันเดือนปี“ ซึ่งมาจากประโยคที่ว่า
“จิ้งโซ่วหมินสือ“ แปลว่า “แจ้งวันเดือนปีแก่ประชาราษฎร์“ ที่ปรากฏในหนังสือ  “ซ่างซู“ หมวด “หยาว-
เตี่ยน“ ของขงจื๊อ

       จุดเด่นที่สุดของปฏิทินฉบับโซ่วสือลี่อยู่ที่ได้กำหนดว่า 1 ปีสุริยคติเท่ากับ 365.2425 วัน  ซึ่งผิด
ไปจากการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เพียง 26 วินาที

        ในปีค.ศ.1292  กวอโส่วจิ้งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบหอดูดาวและการชลประทานของเขต
เมืองหลวง แม้จะอายุกว่า 60 ปีแล้ว แต่เขาก็เดินทางไปตรวจงานชลประทานตามท้องที่ต่างๆ เกือบทั่วเขต
ต้าตู และได้จัดทำข้อเสนอ 11 ประการเกี่ยวกับการสร้างคลอง “ต้ายวิ่นเหอ“ ในช่วงที่ขุดมาถึงเมืองหลวง
อีกทั้งได้ออกแบบแนวคลองที่ถูกต้องตามหลักวิชาการอย่างยิ่ง

         งานขุดคลองช่วงนี้เสร็จสิ้นลุล่วงไปภายในเวลาเพียงปีครึ่ง และได้ชื่อว่า “แม่น้ำทงฮุ่ยเหอ“ นับ
แต่นั้นมา คลองขุดต้ายวิ่นเหอที่ขุดกันมาหลายต่อหลายครั้งเป็นเวลากว่าพันปี ก็เป็นอันเรียบร้อยสมบรูณ์
สามารถเชื่อมต่อระหว่างหางโจวทางภาคใต้จนถึงปักกิ่งในภาคเหนือเป็นระยะทางเกือบ 1,800 กิโลเมตร

          ด้วยเหตุที่กวอโส่วจิ้งมีผลงานสำคัญมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางดาราศาสตร์ ในปี ค.ศ.
1970สมาคมดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ จึงได้ตั้งชื่อปากปล่องภูเขาไฟลูกหนึ่งบนดวงจันทร์ว่า “กวอ-
โส่วจิ้ง“ เพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์สมัยโบราณผู้นี้



รูปปั้นกวอโส่วจิ้ง  ตั้งอยู่ที่หอระลึกกวอโส่วจิ้ง กรุงปักกิ่ง

 

อุปกรณ์ดาราศาสตร์จำลองที่กวอโส่วจิ้งประดิษฐ์

 



หอดูดาวกวอโส่วจิ้งในสมัยราชวงศ์หยวน