หลังม่านแฟนพันธ์แท้

 

หลังม่านแฟนพันธ์แท้

โดย ชัชวนันท์  สันธิเดช
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
http://artdragon.hi5.com

รองแชมป์ "แฟนพันธ์แท้" ความสัมพันธ์ไทย-จีน

  
 

         สวัสดีครับ ทานข้าวกันหรือยัง ? ผมขอยืมคำทักทายของเพื่อนซี้ “ โจวเหล่าซือ ” เว็บมาสเตอร์ของ OKLS.net มาใช้ ในโอกาสเปิดตัวคอลัมน์ใหม่ “ แฟนพันธุ์แท้ ไทย - จีน ”

         ต้องบอกก่อนว่าชื่อคอลัมน์นี้ผมไม่ได้เป็นคนตั้งเองนะขอรับ แต่เป็น โจวเหล่าซือ อีกนั่นแหละที่ตั้งให้ ทีแรกผมเองก็ห่วงอยู่ว่ามันจะดูเหมือนอวดอ้างสรรพคุณจนเกินจริงไปหรือเปล่า เนื่องจากถึงแม้ผมเองจะเคยไปแข่งขันในรายการ ” แฟนพันธุ์แท้ ” ตอน “ ความสัมพันธ์ ไทย - จีน ” แต่ก็ได้เพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์

          ทว่าไอ้เพื่อนรักยืนยันว่าไม่เป็นไร เพราะคำว่า “ แฟนพันธุ์แท้ ไทย - จีน ” หมายถึง คนที่สนใจในเรื่องราวของความสัมพันธ์ไทย - จีน อย่างจริงจัง มิใช่แต่เพียงเฉพาะ “ แชมป์ของรายการแฟนพันธุ์แท้ ” เท่านั้น

จึงเป็นที่มาของชื่อคอลัมน์นี้ในที่สุด

           ในคอลัมนี้ ผมกะว่าจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ไทย - จีน แบบสบายๆ ไม่เครียด อาจมีนอกลู่นอกทางนอกประเด็นไปบ้างตามนิสัยของกระผม คงไม่ว่ากันนะครับ

           เมื่อวันก่อนได้อ่านแมกกาซีน “ ต้าเจียห่าว ” ฉบับล่าสุด ปกเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งข้างในก็มีเรื่องราวเบื้องหลังของรายการแฟนพันธุ์แท้ ตอน ความสัมพันธ์ไทย - จีน ด้วย ผมเลยอยากถือโอกาสเล่าผสมโรงไว้ตรงนี้ ในฐานะเป็นคนที่ไปแข่งโดยตรง



           ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 คนนอกเหนือจากตัวผม ล้วนแล้วแต่ฝีไม้ลายมือยอดเยี่ยมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น “ ธีรยา ” ล่าม - นักแปลภาษาจีน , “ นพรัตน์ ” นักศึกษาเอกจีนระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง , “ ธีรวัฒน์ ” หนุ่มนิสิต ป . โท เอกจีน จุฬาฯ , รวมทั้ง “ อี้ ” แทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตนักแสดงซึ่งผันตัวเองมาเป็นครูสอนภาษาจีนและนักสังคมสงเคราะห์ร่วมด้วย

           ตอนที่ได้พบหน้าคู่แข่งเป็นครั้งแรกที่เวิร์กพอยท์ ผมก็ต้องประหลาดใจพอสมควร โดยเฉพาะ อี้ ไม่นึกเลยว่าเขาจะมาแข่ง จริงแล้วๆด้วยความที่ทั้งผมและเขาสนใจในหลายเรื่องที่คล้ายคลึงกัน จึงพอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้าง แต่เพิ่งจะได้เจอตัวจริงก็คราวนี้

           ในวันแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันทุกคนซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนรุ่นใหม่อายุยังน้อย ต่างก็เตรียมตัวมาดี แม้จะมีความเครียดมาผสมปนเปบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ฝ่าย อี้ เองก็ดูจะเอาจริงเอาจังไม่น้อย สีหน้าของเขาดูเรียบเฉย แฝงไว้ด้วยความกังวล แต่ก็ยังแสดงออกถึงมนุษยสัมพันธ์อันดี ด้วยการชวนเพื่อนผู้เข้าแข่งขันพูดคุย ติววิชาอยู่ตลอดเวลา จนผมเอ่ยปากแซวเขาว่า “ เมื่อไรเอ็งจะพอเสียที ” ( ฮา )

           เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ทุกคนงัดเอาความสามารถออกมาโชว์อย่างเต็มที่ ผมเองเห็นเกมแล้วยังนึกในใจว่าแฟนพันธุ์แท้ในหัวข้อนี้ มาตรฐานค่อนข้างสูงทีเดียว

           เมื่อถึงรอบชิงชนะเลิศ ทั้งผมและอี้จับพลัดจับผลูเข้ามาชิงกันจนได้ และก็เป็นเขาที่เอาชนะผม พร้อมกับซิวรางวัลไปมากมาย ซึ่งในความเห็นของผม อี้เหมาะสมแล้วที่ได้เป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ แม้หลายคนจะบอกว่าเป็นเพราะผมเองโชคไม่ดีที่ไปได้คำถามยาก ทำให้ต้องแพ้ไป

           ผมยอมรับว่าจุดประสงค์ในการไปแข่งขันครั้งนี้ แรกเริ่มเดิมทีเป็นเรื่องของธุรกิจเป็นหลัก เนื่องจากตัวเองแบกเอาชื่อ OKLS ไปชิงชัย จึงกดดันไม่ใช่น้อยทีเดียว แต่พอได้มาเจอกับเพื่อนๆแล้ว ความรู้สึกนั้นกลับเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

           ใครจะมีเจตนาอะไรผมไม่ทราบ แต่สำหรับผม นี่เป็นเรื่องราวของคนรู้ใจ คนคอเดียวกัน มาร่วมสนุกสนานกันเท่านั้น ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นมิตร ทุกคนเป็นตัวแทนของลูกหลานจีนในไทย นี่จึงเป็นเกมของพี่น้องโดยแท้

           และที่ลืมไม่ได้คือ ต้องขอขอบคุณนักเรียนและเจ้าหน้าที่ของ OKLS ที่เป็นกำลังใจให้ ทั้งที่ไปเชียร์ที่สตูดิโอและเชียร์อยู่หน้าจอ

ขอบคุณนะครับ อบอุ่นจังเลย

-- จบ --