เรื่องแปลกๆ ของตลาดหุ้นจีน

 

"กระทิงแดง" เรื่องแปลกๆ ของตลาดหุ้นจีน

โดย ชัชวนันท์  สันธิเดช
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
http://artdragon.hi5.com

รองแชมป์ "แฟนพันธ์แท้" ความสัมพันธ์ไทย-จีน

  

 

   ผมไปเมืองจีนมาอีกแล้วครับ ไปคราวนี้ถือว่าเป็นงานเป็นการกว่าครั้งที่ผ่านๆมา โดยผมได้บินไปติดต่อธุระและเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ พักอยู่ 2-3 วัน ก่อนจะบินต่อไปที่เซี่ยเหมิน หนึ่งในไม่กี่เมืองของจีนที่อยู่ติดชายขอบทะเล และหันหน้าชนไต้หวันตลอดเวลา

    ไปคราวนี้ขอบอกว่าเหนื่อยที่สุดตั้งแต่เคยไปเมืองจีนมา เหตุก็เพราะอุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่เซี่ยงไฮ้และเซี่ยเหมินในขณะนี้ พุ่งขึ้นไปอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 37 องศาเซลเซียส เรียกว่าร้อนๆอย่างบ้านเรานั้นถึงกับชิดซ้ายไปเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่แปลก เพราะในช่วงเดือน 7 เป็นช่วงที่ประเทศจีนอากาศร้อนสุดในรอบปี

    อากาศร้อนแบบเมืองจีนนั้น มันร้อนทรมานครับ ไม่ได้ร้อนแบบเหนียวเหนอะหนะเหมือนบ้านเรา แต่เป็นความร้อนแบบไม่มีความชื้นเจือปน คือ “ ร้อนแห้งๆ ” เรียกว่าเดินออกไปข้างนอกทีไรถึงกับเวียนหัว เหงื่อแทบหมดตัวเลยทีเดียว ขนาดผมเองเป็นคนออกกำลังกายบ่อย แต่พอไปเดินเจอแดดเปรี้ยงเดือน 7 ของ ซั่งไห่ ( “ เซี่ยงไฮ้ ” ออกเสียงแบบจีนแท้) ก็แทบแย่ สรุปแล้วไปทริปนี้ ความสุขที่สุดจึงไม่มีอะไรเกินไปว่าการกลับมานอนแช่ในห้องพักแอร์เย็นฉ่ำที่โรงแรม

    เรื่องไปท่องเที่ยวนั้นคงไม่มีอะไรเล่าครับ เพราะจำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากมันร้อน หัวมึนตึ๊บไปหมด แต่เรื่องแปลกๆที่บังเอิญมาตรงกับความสนใจส่วนตัว คงไม่มีอะไรเกินไปกว่าตอนที่นั่งผ่อนคลายอิริยาบถอยู่ในห้องพัก แล้วเปิดดูโทรทัศน์ที่กำลังรายงานข่าวเศรษฐกิจ แล้วบังเอิญไปสะดุดกับตัววิ่ง “ ราคาหุ้น ” ที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณด้านล่างของจอ

    ใครเคยดูข่าวหุ้นคงนึกออก ตัววิ่งบอกราคาหุ้นวิ่งผ่านด้านล่างของจอโทรทัศน์ในแนวนอนอย่างรวดเร็ว หุ้นไหนขึ้นก็จะเป็น “ สีเขียว ” พร้อมลูกศรปักหัวขึ้น หุ้นไหนตกก็จะเป็น
“ สีแดง ” พร้อมลูกศรปักหัวลง

    รายการเศรษฐกิจที่เมืองจีนก็มีเหมือนๆกัน แต่พอผมเปิดดูครั้งแรงถึงกับตกใจ โอ้โห ! ทำไมตลาดหุ้นจีนช่วงนี้ถึงตกแหลกลาญนัก ตัวอักษร+ตัวเลขที่วิ่งอยู่เป็น “ สีแดงเถือก ” ไปหมด ถ้าเป็นสำนวนของนักเก็งกำไรไทยก็ต้องเรียกว่า เลือดนองเต็มกระดาน ” เลยทีเดียว

    แต่พอตั้งใจดูดีๆก็ยิ่งประหลาดใจขึ้น เพราะหุ้นส่วนใหญ่ที่เป็นสีแดงนั้น ลูกศร “ ชี้ขึ้นฟ้า ” แทบทุกตัว ตรงกันข้าม หุ้นสีเขียวที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ลูกศรกลับหันหัว “ ปักลงดิน ”

    พิจารณาดูสักพักจึงถึงบางอ้อ นี่แปลว่าตลาดหุ้นของประเทศจีนใช้สัญลักษณ์เกี่ยวกับสี “ ตรงข้าม ” กับตลาดหุ้นทุกประเทศทั่วโลก โดย “ สีแดง ” หมายถึง “ หุ้นขึ้น ” แต่ “ สีเขียว ” กลับหมายถึง “ หุ้นตก ”

    ด้วยความพิศวงงงงวย ผมจึงถาม “ เหวินเหวิน ” เพื่อนร่วมทริปเจ้าเก่าที่ไปด้วยกันว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เหวินเหวินบอกว่า น่าจะเป็นเพราะ “ สีแดง ” สำหรับคนจีนหมายถึง “ โชคลาภ ” (ซึ่งอันนี้เราทุกคนคงพอทราบกันอยู่แล้ว) ส่วน “ สีเขียว ” นั้น หมายถึง “ คนตาย ” ดังจะเห็นได้จากแผ่นป้ายจารึกหน้าหลุมศพของคนจีนที่นิยมใช้สีเขียว

    ด้วยเหตุนี้ “ สี ” ซึ่งเป็นสัญญะของตลาดหุ้นจีน จึงกลับตาลปัตรกับทั่วโลก จากของคนอื่นที่เป็น “ เขียว = ดี, แดง = ไม่ดี ” ของจีนกลายเป็น “ แดง = ดี, เขียว = ไม่ดี ” ช่างน่างงดีแท้

    ที่เล่ามาคงเป็นเรื่องแปลกๆปนขำๆมากกว่า แต่ประเด็นที่น่าสังเกตจริงๆนั้นอยู่ที่ว่า การที่ตลาดหุ้นจีนกลายเป็น “ กระทิงแดง ”* พุ่งหัวขึ้นกันไม่หยุดแทบทุกวันนั้น ย่อมบ่งบอกถึงสภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงขาขึ้นได้เป็นอย่างดี แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังซบเซา แต่ตลาดหุ้นจีนกลับขึ้นเอาๆ (ถึงแม้จะเป็นสีแดงเหมือนๆกันก็ตาม)

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนเป็นตัวชี้บ่งถึงพลังอำนาจ และเป็นคำตอบให้กับชาวโลกว่า ประเทศใด ที่กำลังจะครองความเป็นมหาอำนาจทางเศรฐกิจของโลกอันดับ 1 อย่างถาวรในอนาคตอันใกล้นี้ !!

* หมายเหตุ - “ กระทิง ” ( Bull ) เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้เรียกสภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่กำลังร้อนแรง โดยศัพท์เทคนิคเรียกว่า “ ตลาดกระทิง ” (Bull Market) คล้ายกับธรรมชาติของ กระทิง ที่เป็นสัตว์ที่คึกคะนอง มีพลังมาก ในขณะที่ “ หมี ” ( Bear) ใช้เรียกสภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่กำลังซบเซา หรือที่เรียกว่า “ ตลาดหมี ” ( Bear Market ) โดยมีนัยยะถึง หมี ที่เป็นสัตว์ที่เชื่องช้า